เลือกชุดแต่งงานอย่างไรให้ได้ดังใจ


เลือกเมื่อไหร่...

1 . การเลือกซื้อชุดแต่งงานควรเริ่มในทันทีที่คุณจองสถานที่จัดงานได้ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมควรเป็นเวลา 9 เดือน ก่อนวันพิธีและควรสั่งซื้อชุดเจ้าสาวก่อนวันงานเป็นเวลา 6 เดือน ทั้งนี้เนื่องจากการตัดเย็บชุดเจ้าสาวต้องใช้เวลาประดิดประดอย และหลังเสื้อเสร็จแล้วยังต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการลองชุด ( Fitting ) ให้ฟิตพอดีตัว ซึ่งอาจต้องแต่งแก้ชุดอีกหลายครั้ง

2 . หากคุณมีเวลาในการเลือกชุดแต่งงานน้อยกว่า 6 เดือน ควรเลือกแบบเรียบง่ายที่สุด เพื่อว่าการตัดเย็บและลองชุดจะได้ใช้เวลาไม่มากนัก


 

เลือกที่ไหน ...

1 . ห้องเสื้อชุดแต่งงาน เป็นสถานที่ที่เหมาะในการเลือกซื้อชุดแต่งงาน เนื่องจากเป็นแหล่งรวมช่างตัดเย็บชุดเจ้าสาวที่มีฝีมือ มีชึดสไตล์ต่างๆ พร้อมพนักงงานที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับชุดแต่งงานคอยให้ตำปรึกษา และมักมีบริการครอบคลุมรอบด้าน
2 . หาข้อมูลของห้องเสื้อชุดแต่งงานได้จากนิตรสารและเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการแต่งงานต่างๆ ส่วนการเลือกห้องเสื้อนั้นควรอาศัยคำแนะนำจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักที่เคยมีประสบการณ์ใช้บริการมาก่อนให้ข้อมูลในการตัดสินใจ
3 . ในการไปตระเวนดูชุดตามห้องเสื้อต่างๆ อย่าจัดตารางเวลาให้แน่นจนเกินไป ควรไปชมสัก 3-4 ที่ต่อวัน โดยใช้เวลาประมาณห้องเสื้อละ 2 ชั่วโมง และคุณควรเผื่อเวลาในการเดินทางไว้ด้วย
4 . ควรหลีกเลี่ยงการไปเยือนห้องเสื้อชุดแต่งงานในวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันธรรมดาในช่วงเวลาเย็น - ค่ำ เพราะจะเป็นเวลาที่ลูกค้าแน่น พนักงานในร้านจะไม่มีเวลาเอาใจใส่คุณ เวลาที่ลูกค้าน้อยคือช่วงกลางวันของวันธรรมดา
5 . การไปห้องเสื้อควรนัดหมายล่วงหน้า เพื่อจะได้มีการกำหนดพนักงานขายไว้บริการคุณโดยเฉพาะ
6 . หากพบการบริการที่ไม่ดีในการเลือกลองชุดเจ้าสาว อย่าเลือกซื้อชุดแต่งงานจากห้องเสื้อดังกล่าวเพราะมีแนวโน้มว่าคุณจะได้รับบริการที่ไม่ดีเมื่อสั่งซื้อและแก้ไขชุดด้วย

เลือกอย่างไร...

1 . สิ่งที่ควรนำติดตัวไปด้วยเมื่อไปเลือกชุดแต่งงาน สมุดโน้ตสำหรับจดบันทึกแบบเสื้อที่ดูแล้วชอบอย่างละเอียด พร้อมทั้งราคา ชุดชั้นในเก็บรูปทรงที่คุณจะใช้กับชุดวิวาห์ ซึ่งควรจะดูดีเพราะระหว่างการลองชุดชั้นในแบบสลิมเมอร์ ( Slimmer ) ควรนำมาใส่ในการลองชุดด้วย รองเท้าซึ่งมีความสูงระดับเดียวกับที่คุณจะใช้จริง

 

2 . ควรนำคนสนิทที่คุณเชื่อถือในความคิดเห็นไปเป็นเพื่อนช่วยเลือกช่วยวิจารณ์ทั้ง 2 คน อาจเป็น คุณแม่ พี่ น้อง หรือเพื่อนๆ จงฟังความเห็นจากคนใกล้ชิด แต่อย่าปล่อยให้พวกเขากดดันหรือชักจูงให้คุณเลือกในสิ่งที่ไม่ได้ชอบจริงๆ ทางที่ดีควรไปเลือกชุดคนเดียวสักครั้งหนึ่ง เพราะการอยู่กับตัวเอง คุณสามารถไตร่ตรองสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น

3 . รับความช่วยเหลือจากพนักงานขายของห้องเสื้อ เพราะพนักงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกชุดแต่งงานให้เหมาะกับรสนิยมและรูปร่างของลูกค้า ควรฟังคำแนะนำความเห็นจากพนักงานผู้มีประสบการณ์และเข้าใจถึงปัญหาและความกังวลของว่าที่เจ้าสาว ควรลองชุดหลายสไตล์ๆ และอย่าปฏิเสธชุดที่พนักงานเลือกมาให้ลอง คุณอาจจะพบชุดที่เหมาะสมกับคุณอย่างคาดไม่ถึง

4 . เปิดใจให้กว้าง อย่าตั้งแง่ไว้ก่อนว่าคุณไม่เหมาะหรือไม่ชอบชุดสไตล์ใด ควรลองชุดหลากหลายรูปแบบ แล้วจึงค่อยตัดสินใจว่าคุณชอบและดูดีในชุดเจ้าสาวแบบไหน

 

5 . การลองชุดควรลองแต่งหน้าและทำผมด้วย เพื่อให้คุณสามารถกำหนดสไตล์โดยรวมของชุดแต่งงานคุณได้

6 . ชี้แจงเรื่องงบประมาณค่าชุดแต่งงานซึ่งคุณสามารถจ่ายได้แก่พนักงานขาย เพื่อเธอจะแนะนำทางเลือกเกี่ยวกับชุดที่เหมาะสมกับคุณและไม่เกินงบให้คุณได้อย่างถูกต้อง

7 . คุณสามารขอให้แก้ไขแบบเสื้อของชุดแต่งงานที่จัดแสดงโดยปรับเปลี่ยนส่วนปนะกอบต่างๆ ของชุดให้เหมาะกับรูปร่างและรสนิยมของคุณได้แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

8 . การเลือกสีชุดแต่งงาน มีหลักการ คือ ต้องเลือกสีชุดให้เหมาะสมกับโทนสีผิวของคุณ

คนที่มีโทนผิวขาว ควรเลือกชุดสีงาช้างหรือสีขาวธรรมชาติ

คนที่มีผิวขาวอมชมพู ควรเลือกชุดสีครีม

คนที่มีผิวขาวอมเหลือง ควรเลือกชุดสีขาวธรรมชาติและสีแชมเปญ

คนที่มีผิวสีมะกอก ควรเลือกชุดสีขาวออฟไวต์

คนที่มีสีผิวเข้ม เลือกชุดสีขาวได้ทุกเฉด

 

ข้อควรระวัง สีของชุดตัวอย่างซึ่งคุณลองนั้น มักจะแตกต่างจากสีของชุดที่คุณสั่งซื้อ เพราะชุดตัวอย่างผ่านการใช้งานมาหลายมือ ดังนั้น ควรขอผ้าแบบเดียวกับชุดที่คุณลองมาถือเทียบบริเวณใบหน้าในขณะลองด้วย และที่สำคัญ อย่ารีบร้อน คุณควรลองชุดแต่งงานอย่างมีความสุขและใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการคิดและตัดสินใจ เพราะชุดแต่งงานถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญ และชุดที่สั่งแล้วห้องเสื้อมักปฏิเสธไม่รับคืน

Copyright 2005
Developed by S-One Technology Co.,Ltd.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement and Privacy Policy. © All rights reserved.
The material on this site may not be reproduced, distributed, transmitted, cached or otherwise
used, except with the prior written permission.